Page 199 - kpi20530
P. 199
1
เทศบาลเมืองแม่เหียะ บริหารงานภายใต้นโยบาย “6 สร้าง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”
โดยเทศบาลตระหนักดีว่า การดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนคงไม่สามารถทำได้
โดยเทศบาลเพียงลำพัง หากแต่จำเป็นต้องประสานความร่วมมือและบูรณาการการทำงานกับ
หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่ เทศบาลเมืองแม่เหียะ
จึงเสริมสร้างเครือข่ายในการทำงานทั้งในลักษณะที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ส่งผลให้ปัจจุบัน
เทศบาลเมืองแม่เหียะมีเครือข่ายมากถึง 27 เครือข่าย เทศบาลเมืองแม่เหียะเป็นตัวกลางในการ
ประสานเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนและบริหารจัดการเครือข่ายให้การดำเนินงาน
เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยสร้างการตระหนักถึงเป้าหมายในการดำเนินงานร่วมกัน
ซึ่งก่อให้เกิดความเต็มใจหรือความสมัครใจในการเข้ามาร่วมเป็นภาคีเครือข่าย ที่สำคัญเครือข่าย
มีการบูรณาการงานเพื่อลดความซ้ำซ้อน แบ่งงานกันทำตามบทบาทอำนาจหน้าที่ของตน และ
แบ่งปันทรัพยากรที่ใช้ในการดำเนินงาน รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างการดำเนินงาน
โดยเทศบาลเมืองแม่เหียะได้จัดการประชุมเพื่อปรึกษาหารือร่วมกับภาคีเครือข่ายระหว่าง
การดำเนินงานเป็นระยะ การเสริมสร้างเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมเช่นนี้
จึงเปรียบเสมือนการรวมพลัง เสริมจุดแข็ง และเติมจุดอ่อนระหว่างภาคีเครือข่าย ซึ่งช่วยให้
เทศบาลเมืองแม่เหียะสามารถพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้
สำหรับเครือข่ายและการดำเนินงานที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านการเสริมสร้าง
เครือข่ายรัฐ เอกชน และประชาสังคม ของเทศบาลเมืองแม่เหียะ ได้แก่
เครือข่ายศูนย์ส่งเสริมและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการ
ตำบลแม่เหียะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา
และมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged
Society) ในปี พ.ศ. 2562 โดยมีประชากรผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 20.62 ของประชากรในพื้นที่
ทั้งหมด และมีอัตราส่วนประชากรวัยทำงานเทียบกับผู้สูงอายุเท่ากับ 3:1 เทศบาลเมืองแม่เหียะ
ได้ทำการสำรวจข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่ด้านสวัสดิการและด้านสุขภาพ และสามารถแบ่งกลุ่ม
ผู้สูงอายุออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ (1) ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงมีจำนวนร้อยละ 1 (2) ผู้สูงอายุ
ที่ต้องการการฟื้นฟูมีจำนวนร้อยละ 1 (3) ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ
(Geriatric Syndrome) มีจำนวนร้อยละ 3 (4) ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
รางวัลพระปกเกล้า’ 62

