Page 53 - kpi21668
P. 53
การเสวนาปรึกษาหารือเพื่อสันติ (Deliberative Dialogue for Peace) 51
ทั้งนี้ ทีมวิทยากรกระบวนการตั้งใจให้ผู้เข้าร่วมนำาทางเลือก
ทั้งหลายที่สังเคราะห์ขึ้นมานั้นมา “กองรวมกัน กางออก แล้ววางบน
หน้าตัก” เพื่อถกแถลงหรือปรึกษาหารือกัน โดยคิดเสริม คิดเติม หรือ
คิดต่อจากไอเดียเหล่านั้น จนสามารถขยับจาก “What” สู่ “Where”, “When”,
“Why”, “Who” และ “How” ซึ่งข้อเสนอของงานวิจัยเอาทางเลือกทั้งหลาย
มาเปรียบเสมือนเป็นจิ๊กซอว์ หรือมาเหมารวมต่อกันไม่ได้ จำาเป็นต้อง
ใช้มุมมองที่หลากหลายจากภาคส่วนต่างๆ ที่ทำางานอยู่ในพื้นที่ที่ต่างกัน
ที่จะต้องเอาเงื่อนไขที่อิงบริบท ค่านิยม หรือแม้แต่อุดมคติต่างๆ เข้ามาร่วม
ขบคิดหรือพิจารณาแต่ละทางเลือกไปพร้อมกันด้วย เพื่อให้เห็นสิ่งที่เป็น
ไปได้และสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เปรียบเทียบข้อได้เปรียบกับข้อจำากัด รวมถึง
เกิดการเรียนรู้ทางนโยบาย โดยไม่ตัดสินหรือวิเคราะห์ในความรู้ของ
กันและกัน ในบรรยากาศการเสวนาที่ไม่เป็นทางการและประเด็น
ในการคิดแนวทางหรือนโยบายสำาหรับการรับมือปัญหาหมอกควัน
ร่วมกันนั้นวางอยู่บนฐานของการให้ความสำาคัญกับการอยู่ร่วมกันที่มากขึ้น
ผ่านการแลกเปลี่ยนในพื้นที่สานเสวนาที่สร้างสรรค์ที่ภาคส่วนต่างๆ
สามารถมาเรียนรู้และวิพากษ์วิจารณ์กันได้อย่างฉันท์มิตรโดยพิจารณา
ทั้งในมิติต่างๆ ที่ครอบคลุมถึง มิติเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม
และวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมสุขภาพ การเมือง และการจัดการ
ทั้งนี้ ในเวทีของการเสวนาปรึกษาหารือเพื่อสันติ ผู้มีส่วนได้เสีย
ทั้งภาครัฐและภาควิชาการถูกขอให้เปิดใจรับฟังและเรียนรู้ไปพร้อมกับ
ภาคประชาชน (รวมถึงภาคเอกชน องค์กรพัฒนา และชุมชน) ทั้งที่
มาจากในชุมชนเมืองและที่มาจากชนบทมากเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิด
การเชื่อมความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับความรู้ทางสังคมใน
การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการ
inside_ cc.indd 51 14/12/2563 19:40:30