Page 125 - kpi20530
P. 125
12
และมีความสามัคคีในการดำเนินงานปกปักรักษาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ด้วยศักยภาพของชุมชน
ซึ่งมีขนาดเล็กทำให้การดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับป่าไม้ซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นนี้
เป็นไปด้วยความยากลำบากและขาดความต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ในช่วงเริ่มแรก อบต.หนองมะเขือได้มีการดำเนินการปลูกเพิ่มพื้นที่สีเขียว
ในพื้นที่เป็นภาพรวม แต่การบุกรุกป่าก็ยังดำเนินอยู่ตลอดเวลา ด้วยสภาวการณ์เช่นนี้ ทำให้ปัญหา
ที่เกิดขึ้นกับชุมชนไม่ได้ถูกแก้ไขอย่างตรงจุด ดังนั้น อบต.หนองมะเขือจึงได้นำประเด็นปัญหาของ
ชุมชนบ้านป่าพร้าวมาเป็นแนวคิดในการจัดทำโครงการ “อยู่ดีเพราะป่ายัง ป่ายังเพราะคนดี”
ซึ่งเป็นโครงการที่มีความมุ่งหมายในการสร้างระบบการบริหารจัดการป่าไม้อย่างมีระบบ โดยเน้น
การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น อบต.หนองมะเขือ
ส่วนราชการในพื้นที่ วัด รวมถึงชุมชนทุกชุมชนที่รายรอบผืนป่า ในการนำทรัพยากร ค้นหาวิธีการ
และเครื่องมือที่จำเป็นเข้ามาหนุนเสริมให้กับภาคประชาชน เพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชน
บ้านป่าพร้าวให้สามารถดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยิ่งขึ้น ภายใต้แผนงานที่ชัดเจนด้วยกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลตั้งแต่ต้นสายจนถึงปลายเหตุ
นำไปสู่การปฏิบัติงานที่มีการจัดลำดับความเร่งด่วนตามความจำเป็นก่อนหลัง และเน้นความ
ต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหา จนสามารถสร้างสมดุลในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าได้ในที่สุด
โดยโครงการอยู่ดีเพราะป่ายัง ป่ายังเพราะคนดี มีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
ขั้นที่หนึ่ง “ร่วมคิด” ในช่วงก่อนการดำเนินโครงการได้จัดให้มีการสืบสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น
กับป่าโคกห้วยวังแสงโดยการจัดเวทีประชาชน ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ข้อมูลไปพร้อม ๆ กันระหว่างชุมชน อบต. วัด และหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในพื้นที่ ซึ่งได้เข้ามา
ช่วยกันคัดเลือกเครื่องมือและรูปแบบการแก้ปัญหาในหลาย ๆ ทางเลือกเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลและ
วิธีการที่เป็นไปได้มากที่สุด มีการจัดตั้งคณะทำงานสืบสภาพของ อบต.หนองมะเขือ มีการใช้
แบบสอบถามเพื่อประเมินทัศนคติเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึง
ใช้วิธีการประชาคม สัมภาษณ์เดี่ยว สัมภาษณ์กลุ่ม รวมถึงการสนทนากลุ่ม ทำให้ชุมชนได้มีโอกาส
ถ่ายทอดความคิดของตนเอง พร้อมทั้งได้มีการประเมินตนเองเพื่อหยั่งรู้ถึงศักยภาพและ
ความต้องการทรัพยากรที่แท้จริงของชุมชนเพื่อใช้ในการหนุนเสริมให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพมากที่สุด อีกทั้งขั้นตอนเหล่านี้ยังสร้างความรู้สึกร่วมในการเป็นเจ้าของแผนงาน
โครงการที่ต่อมาความตระหนักเหล่านี้เองนำมาซึ่งการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนโดยไร้ซึ่ง
การบังคับ
รางวัลพระปกเกล้า’ 62

