Page 129 - kpi20530
P. 129
12
พื้นที่ติดต่อและดูแลร่วมกัน 3 หมู่บ้าน นอกจากนั้น ยังมีการประชุมหารือร่วมระหว่างองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนที่มีพื้นที่ติดต่อเขตป่าชุมชนที่ขยายพื้นที่ไปไกลยิ่งขึ้น เช่น
อบต.โนนจาน พร้อมผู้นำและประชาชนในพื้นที่บ้านศาลาดิน หมู่ 7 ต.โนนจาน ไปถึง อ.บัวลาย
จ.นครราชสีมา ทั้งนี้เพื่อสร้างความร่วมมือในการบริหารจัดการในรูปแบบการมีส่วนร่วมที่สุดท้าย
แล้วประโยชน์จะตกแก่ชุมชนทุกชุมชนที่มีอาณาเขตติดต่อกับป่าโคกห้วยวังแสง อบต.ยังได้มี
การจัดเสวนาในหัวข้อ “ล้อมรั้วให้ป่า เพื่อชีวาของชุมชน” การเสวนาในครั้งนี้นำไปสู่การจัดทำ
บันทึกข้อตกลงการปฏิบัติงานร่วมกันซึ่งสร้างความชัดเจนในการกำหนดภารกิจและโครงการ
ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ไม่เพียงเท่านั้น อบต.ยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นต่อไปได้เข้ามา
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากหน่วยงานและชุมชน พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านการรักษา
สิ่งแวดล้อม โดยจัดโครงการสร้างเสริมเครือข่าย “ค่ายเยาวชนอนุรักษ์พันธุกรรมพืช” ซึ่งได้รับ
ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากโรงเรียนในพื้นที่
อบต.หนองมะเขือยังได้ประเมินผลจากการจัดทำโครงการออกมาเป็นความสำเร็จ
ด้านต่างๆ ซึ่งยังประโยชน์อย่างมากต่อชุมชน ได้แก่ ด้านการผลิตอาหาร พบว่า สามารถลดค่าใช้จ่าย
ด้านอาหารของชุมชนได้อย่างมีนัยยะสำคัญ กล่าวคือ ทุกครัวเรือนสามารถใช้ประโยชน์จากพืชผัก
แมลง และสัตว์ เพื่อเป็นอาหารสำหรับ 1 ครัวเรือน โดยทำการวัดในช่วงที่ชุมชนเข้าใช้ประโยชน์
ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนของทุกปี สามารถประหยัดค่าอาหารได้เฉลี่ยวันละ
200 บาท จำนวน 90 วัน เป็นเงิน 18,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี ดังนั้น หากคิดเฉพาะชุมชน
บ้านป่าพร้าวซึ่งมี 71 ครัวเรือน ก็ถือว่าลดรายจ่ายในการซื้ออาหารได้ 1,278,000 บาทต่อปี
โดยส่วนใหญ่จะเป็นพืชผัก ร้อยละ 46.06 รองลงมาจะเป็นสัตว์และแมลง ร้อยละ 33.33 และ
เห็ดรา ร้อยละ 20.61 ด้านผลิตก๊าซออกซิเจน โดยวัดจากค่าเฉลี่ยของพื้นที่ปลูกต้นไม้ 1 ไร่
จะผลิตออกซิเจนได้ 1,088.64 กิโลกรัมต่อปี ดังนั้นป่าโคกห้วยวังแสง ซึ่งมีพื้นที่ 1,267 ไร่
จะสามารถผลิตก๊าซออกซิเจนได้ 1,379,306.88 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งถือว่าผืนป่าแห่งนี้คือปอดของ
ชุมชนอย่างแท้จริง ด้านการผลิตไม้เศรษฐกิจ จากการสุ่มสำรวจพันธุ์ไม้ โดยเฉพาะไม้ยืนต้นซึ่งมี
ลักษณะความถี่ของไม้ยืนต้นห่างกันที่สุดจากพื้นที่สุ่มสำรวจจำนวน 2 ไร่ พบไม้ยืนต้นที่นิยมใช้
สร้างบ้านเรือนและเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด 3 อันดับ ขนาดกลางถึงโตเต็ม และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง
ลำต้นประมาณ 40 - 60 ซม. สามารถประเมินมูลค่าขั้นต้นไม้เรียงลำดับได้ ดังนี้ 1) ไม้แดง จำนวน
18,371 ต้น (ในพื้นที่ทั้งหมด 1,267 ไร่) มูลค่ารวม 36,742,000 บาท 2) ไม้จิก หรือไม้เต็ง
จำนวน 17,104 ต้น (ในพื้นที่ทั้งหมด 1,267 ไร่) มูลค่ารวม 44,208,000 บาท และอันดับที่
รางวัลพระปกเกล้า’ 62

