Page 138 - kpiebook62001
P. 138
แม้นโยบายสวัสดิการส่วนใหญ่จะเป็นแบบถ้วนหน้า แต่สวีเดนก็มีสวัสดิการแบบเจาะจงที่คนจนอยู่บ้าง เช่น
นโยบายการช่วยเหลือค่าจ่ายด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้ใดนอกจากบ านาญพื้นฐาน
และเงินช่วยเหลือคนยากจน ที่ให้รัฐบาลระดับท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลจัดการ
(3) นัยยะต่อความเหลื่อมล ้า
สวีเดนมีระดับความเหลื่อมล้ าต่ ามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ดัชนีจีนีด้านรายได้ของสวีเดนลดลงต่ า
ที่สุดในช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อโยงสภาพความเหลื่อมล้ าต่ าเข้ากับระบบสวัสดิการที่ให้สิทธิประโยชน์แบบถ้วนหน้าของ
สวีเดน จึงเกิดข้อสังเกตถึงปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Paradox of Redistribution กล่าวคือ แม้ระบบสวัสดิการจะมีความ
ต้องการเจาะจงการช่วยเหลือไปที่คนจนมากขึ้น เสมือนเป็นการกระจายรายได้ไปสู่คนจน แต่ก็กลับกลายเป็นว่าการ
ช่วยเหลือดังกล่าวไม่ได้ช่วยลดความเหลื่อมล้ าแต่อย่างใด (Korpi and Palme, 1998)
แนวทางที่ช่วยให้สวีเดนลดความเหลื้อมล้ าผ่านระบบสวัสดิการได้นั้นเกิดขึ้นจากการออกแบบสวัสดิการให้
ครอบคลุมชนชั้นกลาง ให้เป็นผู้ได้ประโยชน์จากระบบการคุ้มครองทางสังคมต่าง ๆ ช่วยให้คนชั้นกลางสนับสนุนระบบ
สวัสดิการและยินดีจ่ายภาษี แนวทางนี้ช่วยให้สวีเดนสามารถให้สวัสดิการในระดับที่มากกับกลุ่มคนที่เผชิญความเสี่ยง
และความยากจน นอกจากนี้ การเปิดทางให้ระบบสวัสดิการให้การช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยและผู้ว่างงานในอัตราสิทธิ
ประโยชน์สูง ยังเป็นการช่วยเหลือคนยากจนที่มักจะเผชิญปัญหาเหล่านี้มากกว่าคนกลุ่มอื่น ๆ
อีกช่องทางส าคัญที่ระบบสวัสดิการของสวีเดนช่วยสนับสนุนความเท่าเทียมเกิดขึ้นผ่านการสนับสนุนให้ผู้หญิง
ได้มีโอกาสท างานเหมือนกับผู้ชาย สวัสดิการที่ช่วยผู้หญิงไม่ให้ต้องรับภาระในการเลี้ยงดูบุตรและคนแก่ ช่วยลดความ
แตกต่างทางรายได้ของแต่ละครัวเรือน นอกจากนี้ การสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
กัน ก็ยังเป็นส่วนประกอบส าคัญอีกประการหนึ่งที่ช่วยสร้างความเท่าเทียมในสวีเดน
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 สวีเดนกลับเผชิญกับความเหลื่อมล้ าที่สูงขึ้น ความเหลื่อมล้ าที่เพิ่ม
ขึ้นมาในช่วงสามทศวรรษล่าสุดของสวีเดนถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นส าคัญจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นทั้งในด้านค่าตอบแทน
แรงงานและค่าตอบแทนทุน โดยเฉพาะกับคนที่มีรายได้สูงระดับต้นของประเทศ อาจกล่าวได้ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าว
เป็นผลต่อเนื่องมาจากการปรับโครงสร้างภาษี โดยเฉพาะที่เกิดในยุค 1990 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสร้างความน่ากังวล
ใจกับอนาคตของระบบสวัสดิการสวีเดน นอกจากการปรับลดภาษี ระบบสวัสดิการของสวีเดนมีการปรับลดสิทธิ
ประโยชน์ลง เช่น สิทธิประโยชน์ในระบบประกันสังคม นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มบทบาทของผู้ให้บริการจากเอกชน การ
ปรับเปลี่ยนเหล่านี้อาจท าให้คนชั้นกลางรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของระบบสวัสดิการลดลงจากเดิม และต้องสูญเสียแรง
สนับสนุนที่ส าคัญยิ่งต่อระบบสวัสดิการ (Palme, 2017)
5.2.3 การเปรียบเทียบกรณีศึกษาภาพรวมของการด้าเนินนโยบายสวัสดิการ
กรณีศึกษาระบบสวัสดิการของสหราชอาณาจักรและสวีเดน ชี้ให้เห็นเส้นทางของระบบสวัสดิการที่แตกต่างกัน
และนัยยะส าคัญของความแตกต่างนั้น ๆ ต่อสภาพความเหลื่อมล้ า (ดูตาราง 5.2) ความเชื่อมโยงระหว่างความแตกต่าง
ของรูปแบบนโยบายสวัสดิการกับความเหลื่อมล้ าเกิดขึ้นในสองแง่มุมเป็นอย่างน้อย
129

