Page 73 - kpiebook62001
P. 73
ภาษีติดลบนั่นเอง ส าหรับกระบวนการตัดสินใจในการคัดเลือกโครงการ การออกแบบรูปแบบโครงการนั้นยังมีความ
คลุมเครืออยู่ว่ามีการศึกษาเพิ่มเติมในการก าหนดรูปแบบนโยบายหรือไม่
3.4.2 การด่อต้านนโยบายประชานิยมสมัยรัฐบาล คสช.
หากไม่นับรวมเอกสารวิชาการต่าง ๆ ที่มาจากนักวิชาการและหน่วยงานอื่น ๆ ในสมัยรัฐบาล คสช. ได้มีการ
กล่าวถึงนโยบายสวัสดิการหลายประการว่าเป็นนโยบาย “ประชานิยม” รายงานจากส านักงานเลขาธิการสภา
ผู้แทนราษฎร (2558) กล่าวโดยสรุปว่า ประชานิยมเป็นค าที่เริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่นักวิชาการและสื่อตั้งแต่สมัย
รัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หมายความถึงโครงการต่าง ๆ ที่มีวัตถุประสงค์หลักให้ประชาชนชื่นชอบ เกิดความพึง
พอใจ เพื่อเป้าหมายทางการเมือง โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นประชาชนที่มีฐานะยากจน พรรคการเมืองที่หวังผลชนะ
การเลือกตั้งจึงมิได้ค านึงถึงผลเสียต่อหนี้สาธารณะ อีกทั้งโครงการส่วนใหญ่มีต้นทุนสูงมาก ไม่เหมาะสมที่จะน ามาแก้ไข
ปัญหาความยากจนในประเทศไทยในระยะยาว
รายงานฉบับดังกล่าวได้มีการหยิบยกนโยบายประชานิยมในสมัยรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มา
กล่าวถึงจ านวน 8 นโยบาย แบ่งเป็นนโยบายที่ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจ้าปี ได้แก่ (1) โครงการพักหนี้
เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อย (พ.ศ. 2555-2558) 32,257.85 ล้านบาท (2) โครงการบัตรสินเชื่อ
เกษตรกร (พ.ศ. 2555-2557) 15,420.66 ล้านบาท (3) โครงการมาตรการรถคันแรก (พ.ศ. 2555-2558) 67,434 ล้าน
บาท (4) โครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพาหรือแท็บเล็ต (พ.ศ. 2555-2558) 3,276.07 ล้านบาท
นโยบายที่ใช้จ่ายจากงบประมาณประจ้าปีและเงินกู้ในประเทศคือ (5) โครงการรับจ าน าข้าวเปลือก (พ.ศ. 2554-
2559) 443,076.91 ล้านบาท นโยบายที่ใช้จ่ายจากพระราชก้าหนดให้อ้านาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ คือ (6)
โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ าอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของ
ประเทศไทย (พ.ศ. 2555-2557) 19,750 ล้านบาท และนโยบายที่ใช้จ่ายจากเงินรายได้จากภาษีสรรพสามิตหรือ
ดอกเบี ย ได้แก่ (7) การลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ ามันดีเซล (พ.ศ. 2554-2557) ซึ่งนับเป็นการสูญเสียรายได้ 233,113
ล้านบาท และ (8) โครงการบ้านธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อที่อยู่อาศัยแห่งแรก (พ.ศ. 2555-2556) 9,850.36 ล้าน
บาท และในส่วนสุดท้ายมีข้อเสนอแนะให้มีปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การคลังและงบประมาณของ
ประเทศ เช่น ก าหนดให้มีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ จัดล าดับความส าคัญของโครงการก่อนตั้งงบประมาณ
รายจ่าย ก าหนดสัดส่วนวงเงินส ารองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือสัดส่วนของงบกลางที่เหมาะสม การก่อหนี้สาธารณะของ
หน่วยงานอื่นของรัฐต้องรวมอยู่ในหนี้สาธารณะของประเทศ การจ่ายเงินนอกงบประมาณผ่านหน่วยงานอื่นของรัฐ
จะต้องถูกรวมไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณประจ าปีที่ผ่านกระบวนการรัฐสภา ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ล้วนค านึงถึง
ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายและข้อจ ากัดของการก่อหนี้สาธารณะทั้งสิ้น
แม้ว่าการนิยามว่านโยบายสวัสดิการใดเป็นนโยบายประชานิยมหรือไม่จะเป็นสิ่งที่ท าได้ยากในเชิงวิชาการ
เพราะการตัดสินใช้เกณฑ์เชิงอัตวิสัยค่อนข้างมาก ข้อสังเกตประการหนึ่งคือความพยายามในการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยน
โครงการที่จัดสรรสวัสดิการให้โดยไม่มีการพิสูจน์สิทธิ์ เช่น การยกเลิกนโยบายรถเมล์-รถไฟฟรี ในปี พ.ศ. 2560 การ
64

