Page 35 - kpiebook62001
P. 35
การเจาะจงด้วยการวัดฐานะทางเศรษฐกิจ เป็นวิธีการเจาะจงที่ถูกน ามาใช้อย่างแพร่หลายที่สุดวิธีหนึ่ง การ
เจาะจงรูปแบบนี้มีหลักการส าคัญอยู่การพยายามหาหนทางวัดฐานะทางเศรษฐกิจของคนที่แนวโน้วจะเข้ารับสวัสดิการ
เพื่อคัดกรองว่าคนเหล่านั้นมีใครที่ท้ายที่สุดแล้วจะมีสิทธิรับบริการได้บ้าง การวัดฐานะทางเศรษฐกิจนี้มักจะท าผ่านการ
ใช้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าเก็บข้อมูล แล้วน ามาคัดกรองผ่านกระบวนการต่าง ๆ ข้อมูลที่น ามาประกอบก็มักจะต้องสะท้อนดัชนี
ทางเศรษฐกิจที่ส าคัญ เช่น ระดับรายได้ หรือระดับการบริโภค นโยบายบัตรสวัสดิการคนจนในประเทศไทยก็เป็น
ตัวอย่างของการเจาะจงในรูปแบบนี้
การเจาะจงด้วยการวัดฐานะทางเศรษฐกิจที่สมบูรณ์ที่สุดคือการวัดฐานะด้วยการเก็บข้อมูลรายได้โดยตรง โดย
เจ้าหน้าที่รัฐผู้รับผิดชอบโครงการอาจต่องตรวจสอบเอกสารหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรายได้ทั้งหมดของผู้สมัครเข้ารับ
สวัสดิการ อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริงแล้วการจะท าเรื่องดังกล่าวในบริบทของคนจนในประเทศก าลังพัฒนาเป็นเรื่อง
ยาก ด้วยคนจนจ านวนมากไม่สามารถมีเอกสารหลักฐานด้านรายได้ได้ ท าให้การเจาะจงด้วยการวัดฐานะทางเศรษฐกิจ
อาจจ าเป็นต้องใช้วิธีอื่น ๆ เช่น (ดู Weiss, 2005)
การวัดฐานะทางเศรษฐกิจด้วยดัชนีตัวแทน (proxy means tests) ในกรณีนี้ผู้ด าเนินโยบายอาจเลือกดัชนี
ทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับรายได้ แต่ไม่ใช่รายได้ มาเพื่อช่วยในการชี้วัดระดับฐานะ ตัวอย่างของดัชนีตัวแทนก็เช่น การ
ครอบครองทรัพย์สินเช่นเงินฝากและที่ดิน ซึ่งในกรณีของบัตรคนจนก็ได้ใช้ดัชนีตัวแทนเหล่านี้มาช่วยวัดระดับฐานะ
ดัชนีตัวแทนอื่น ๆ อาจประกอบไปด้วย ถิ่นฐานที่อยู่ ลักษณะที่อยู่อาศัย อาชีพ การศึกษา ลักษณะครัวเรือน สิ่งส าคัญ
ส าหรับดัชนีตัวแทนก็คือต้องเป็นสิ่งที่สามารถสังเกตได้ง่าย แต่ก็ต้องเชื่อมโยงอยู่อย่างเป็นส าคัญกับระดับรายได้ การ
น าเอาดัชนีเหล่านี้มาใช้กับการคัดเลือกผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการอาจท าได้ผ่านการน ามาค านวนค่าความเป็นไปได้ว่า
ครัวเรือนต่าง ๆ นั้นมีแนวโน้มเพียงไรที่จะอยู่ในฐานะยากจน
การวัดฐานะทางเศรษฐกิจแบบง่าย (simple means test) การเจาะจงแบบง่ายท าได้ผ่านการตรวจสอบ
โดยการให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าเยี่ยมเยียนและพูดคุยกับผู้สมัครเข้ารับสวัสดิการ และใช้กระบวนการนี้ตรวจสอบฐานะไปใน
เวลาเดียวกัน การเจาะจงรูปแบบนี้ไม่ซับซ้อนเพราะใช้แรงงานและวิจารณญาณเจ้าหน้าที่เป็นหลักในการพิสูจน์ ในกรณี
ของการช่วยเหลือผู้ยากไร้จ านวนมากก็ใช้วิธีการเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้อาจเกิดปัญหาเมื่อวิจารณญาณของ
เจ้าหน้าที่รัฐขาดความแน่นอน และเจ้าหน้ายังอาจใช้บทบาทตัวเองไปในทางที่ไม่เหมาะสมได้ เช่น อาจคอร์รัปชันเงิน
ช่วยเหลือบางส่วน ดังเช่นที่เกิดมาแล้วในกรณีเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ในประเทศไทย
การใช้ชุมชนช่วยเลือกเป้าหมาย (community based-targeting) การเจาะจงหาคนจนอาจไม่เลือกใช้
เจ้าหน้าที่รัฐในการตรวจสอบข้อมูล แต่อาจใช้ผู้น าและสมาชิกชุมชนในการช่วยกันตัดสินใจว่าใครในชุมชนควรจะเป็นผู้
ได้รับสวัสดิการ ตัวอย่างการเจาะจงเช่นนี้ก็เช่นการใช้ครูและผู้ปกครองในโรงเรียนช่วยกันตัดสินใจเลือกว่านักเรียนคนใด
ควรได้รับทุนช่วยเหลือ หรือการตั้งคณะกรรมการจากตัวแทนในชุมชนผสมกับเจ้าหน้าที่รัฐช่วยกันตัดสินใจเลือกผู้ที่จะ
ได้รับสวัสดิการ การเลือกผ่านกระบวนการเช่นนี้ช่วยน าเอาข้อมูลจากคนในชุมชนเองมาให้ ด้วยเพราะคนในชุมชนอาจมี
ความคุ้นเคยกันดีกว่าในเรื่องฐานะทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม กระบวนการใช้ชุมชนเลือกเป้าหมายก็อาจถูกบิดเบือน
26

